Username :

Password :

สมัครสมาชิก

 
 
 
 
 Toyota CORONA 2.0 Arrayขายด่วน TOYOTA ...
 Subaru mblCoIHJNK ArrayHave you seen a...
 Toyota VIOS 1.5 J Array ...
 Toyota TOYOTA, CA Arrayรถสภาพดีมาก เดิ...
 Jeep JEEP, CHER Arrayเลขทะเบียน : กบ...
 Skoda noWjMzuRZF ArrayWe need someone...
 Isuzu ISUZU, 2.5 Arraybook คู่มือครบ ...
 Honda Civic Arrayรุ่น E ไม่มี AB...
 
 
 

"เชฟโรเลต" เดินเครื่องรถประหยัดเชื้อเพลิงเต็มตัว ส่ง "ออพตร้า ซีเอ็นจี" ลงตลาดเรียบร้อยแล้ว พร้อมวารŒแรนตีแบบฟูลสเกล หวังเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้าในยุคน้ำมันแพง เตรียมศึกษา "โคโรลาโด ซีเอ็นจี" อีกรุ่น เผยเป็นเจ้าแรกในตลาดที่ทำอย่างจริงจัง คาดเปิดตัวได้ปลายปีนี้

นายวิลเลี่ยม บอทวิค ประธานกรรมการ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และประเทศไทย บริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส เอเชีย แปซิฟิค จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทพร้อมเปิดตลาดรถประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างเต็มตัว เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภคชาวไทยในการได้ใช้รถพลังงานทางเลือก ในช่วงวิกฤตการณ์ราคาน้ำมันแพง ขณะเดียวกันยังเป็นการส่งเสริมการประหยัดพลังงานเชื้อเพลิงให้กับประเทศ นอกจากนี้เชฟโรเลตยังเผยถึงรายละเอียดในการรับประกันคุณภาพระบบเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ ซีเอ็นจี (CNG) ที่ติดตั้งในรถยนต์เชฟโรเลต ออพตร้า เครื่องยนต์ 1.6 ลิตร ที่พร้อมออกจำหน่ายให้กับผู้บริโภคมาตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

"จากสถานการณ์ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นมากในตลาดโลก สร้างปัญหาให้กับทั้งคนไทยและคนทั่วโลก จึงทำให้ทางเชฟโรเลตตัดสินใจบุกเบิกติดตั้งระบบพลังงาน 2 เชื้อเพลิง (Bi-fuel) ที่สามารถใช้ได้ทั้งน้ำมันเบนซิน และก๊าซธรรมชาติซีเอ็นจีในรถเชฟโรเลตออพตร้า เพื่อเป็นทางเลือกให้คนไทยได้ใช้รถยนต์ที่มีความประหยัดค่าใช้จ่ายมากยิ่งขึ้น เพราะราคาของก๊าซธรรมชาติซีเอ็นจีถูกกว่าราคาน้ำมันถึงกว่า 3 เท่า และยังเป็นการช่วยให้ประเทศไทยลดปริมาณการใช้ การนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงจากต่างประเทศอีกด้วย ขณะเดียวกันเชฟโรเลตก็มีความพร้อมทางเทคโนโลยีที่จะเอาเข้ามาช่วยแก้ไขวิกฤตการณ์ครั้งนี้ เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีเครื่องยนต์ ใช้เชื้อเพลิง 2 ระบบที่เรามีมานานในตลาดโลกของจีเอ็ม และได้รับการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง"

ทั้งนี้ การติดตั้งระบบเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ ซีเอ็นจี จะทำให้ลูกค้าสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทางได้มากถึงกว่า 3 เท่าตัว หลังจากที่ราคาน้ำมันเบนซินขยับตัวสูงขึ้นถึง 30.18 บาท ต่อหนึ่งลิตร ขณะที่ราคาก๊าซซีเอ็นจีหรือเอ็นจีวีนั้น มีราคาเพียง 8.50 บาทต่อลิตร (ราคา ณ วันที่ 25 กรกฎาคม 2549)

สำหรับเครื่องยนต์ที่ติดตั้งระบบเชื้อเพลิงก๊าซ ซีเอ็นจีในรถออพตร้า ซีเอ็นจี ซีดาน และออพตร้า ซีเอ็นจี เอสเตท รุ่น 1.6 ลิตรนั้น จะเป็นระบบไบ-ฟิว (Bi-fuel) สามารถใช้ได้ทั้งน้ำมันเบนซิน หรือก๊าซธรรมชาติซีเอ็นจี แต่ในกรณีที่รถยนต์ใช้ก๊าซจนหมดถังแล้ว ระบบจะเปลี่ยนเป็นการใช้น้ำมันโดยอัตโนมัติ

ด้านนายจอห์น ธอมสัน รองประธานฝ่ายขาย การตลาด และบริการหลังการขาย บริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า บริษัทมีความมั่นใจในคุณภาพรถยนต์ และเพื่อเป็นการช่วยผู้บริโภคจึงได้มีการติดตั้งอุปกรณ์เชื้อเพลิง 2 ระบบ ในรถยนต์เชฟโรเลตออพตร้า ซึ่งลูกค้าสามารถมั่นใจได้ในคุณภาพของตัวรถ และอุปกรณ์ที่ติดตั้งนี้ว่ามีความแข็งแรง ปลอดภัย

เพราะบริษัทได้ทดสอบระบบที่ติดตั้งในเชฟโรเลต ออพตร้า อย่างหนักหน่วง ตามสภาพการใช้งานจริงในประเทศไทย ด้วยระยะทางทดสอบเกินกว่า 200,000 กิโลเมตร โดยมีชั่วโมงการทำงานติดต่อกันเกือบ 20 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งในขณะนี้ยังไม่พบปัญหาใดๆ กับเครื่องยนต์ และเพื่อเป็นการยืนยันความมั่นใจ บริษัทจึงรับประกันคุณภาพของระบบเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติซีเอ็นจีถึง 3 ปีเต็ม หรือ 100,000 กิโลเมตร น่าจะช่วยให้ผู้บริโภควางใจและตัดสินใจมาใช้รถยนต์ติดตั้งระบบเชื้อเพลิงก๊าซซีเอ็นจีนี้ได้ง่ายขึ้น

ในส่วนของเงื่อนไขการรับประกันนั้น บริษัทจะรับประกันระบบเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ ซีเอ็นจี ในรถเชฟโรเลต ออพตร้า 1.6 ลิตร ที่ได้รับการติดตั้งโดยผู้เชี่ยวชาญด้านการติดตั้งระบบก๊าซซีเอ็นจีที่บริหารและจัดการโดย เชฟโรเลต เซลส์ ประเทศไทยเท่านั้น ส่วนระยะการรับประกันจะนับจากวันที่รถยนต์ได้ผ่านการตรวจสอบระบบการติดตั้งระบบเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติเป็นวันเริ่มต้นการรับประกัน

"ลูกค้าที่สนใจสามารถแสดงความจำนงต่อศูนย์บริการเชฟโรเลตทั่วประเทศในการติดตั้งระบบก๊าซซีเอ็นจี โดยเปิดโอกาสให้ทั้งลูกค้าที่ใช้รถยนต์เชฟโรเลต ออพตร้า 1.6 ลิตรอยู่แล้ว หรือสามารถสั่งจองรถใหม่ที่ติดตั้งระบบก๊าซซีเอ็นจีแล้วเสร็จก่อนรับรถก็ได้ ซึ่งลูกค้าจะได้รับการช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการติดตั้งจากการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยในมูลค่า 10,000 บาท ตามเงื่อน ไขของ ปตท."

นอกจากนั้น บริษัทยังเตรียมรถกระบะเชฟโรเลต โคโลราโด ซีเอ็นจี ออกสู่ตลาดเพื่อเป็นพลังงานทางเลือกให้กับผู้บริโภค และส่งเสริมนโยบายลดการใช้พลังงานน้ำมันเชื้อเพลิงของประเทศด้วย โดยรถรุ่นนี้จะติดตั้งระบบเชื้อเพลิงแบบผสมที่เรียกว่า dual-fuel นั่นคือ การเผาผลาญเชื้อเพลิงโดยการฉีดผสมร่วมกันของทั้งน้ำมันดีเซลและก๊าซซีเอ็นจี ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการทดสอบและทดลองติดตั้ง โดยตกลงให้ยูเอส เอเนอร์จี คอร์ปอเรชั่น (US Energy) เป็นผู้ผลิตระบบเชื้อเพลิงแบบ dual-fuel นี้ ป้อนให้กับทางบริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด

สำหรับการริเริ่มติดตั้งเชื้อเพลิงแบบผสมในรถกระบะเป็นครั้งแรกในเมืองไทยของทางเชฟโรเลตนี้ เนื่องจากรถกระบะเป็นรถที่มีความต้องการสูง มียอดจำหน่ายสูงที่สุดในประเทศ และเมืองไทยยังเป็นตลาดรถกระบะใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองของโลก รองจากประเทศสหรัฐอเมริกาเพียงแห่งเดียว

นอกจากนี้ ปริมาณการผลิตรถกระบะในเมืองไทยสะสมในปี 2548 มีจำนวนทั้งสิ้น 823,000 คัน ซึ่งคาดว่ายอดการผลิตจะพุ่งถึง 1 ล้านคันในปี 2549 นี้ โดยเป็นยอดการผลิตเพื่อส่งออกประมาณ 38%

ขณะที่ศูนย์การผลิตรถยนต์เจนเนอรัล มอ เตอร์ส ที่จังหวัดระยอง ได้ลงทุนเพิ่มอีกกว่า 2,700 ล้านบาท เพื่อสร้างโรงงานทำสีแห่งใหม่ และจะสามารถเพิ่มปริมาณการผลิตจาก 110,000 คันต่อปี เป็น 160,000 คันต่อปี เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการรถยนต์เชฟโรเลตในประเทศไทย และเพื่อการส่งออกในตลาดอีก 100 ประเทศทั่วโลก

สำหรับเชื้อเพลิง 2 ระบบในรถเชฟโรเลต โคโลราโด จะเป็นแบบดูอัลฟิว (dual fuel) โดยใช้น้ำมันดีเซลและก๊าซซีเอ็นจี ซึ่งสามารถทำงานพร้อมกันแบบฉีดผสม หรือสามารถเปลี่ยนไปใช้น้ำมันแบบ 100% ได้ และขณะที่ระบบทำงานแบบฉีดผสมนั้น จะเป็นการใช้ในสัดส่วนของก๊าซซีเอ็นจี 80% และน้ำมันดีเซล 20%

"การแนะนำรถกระบะเชฟโรเลต โคโลราโด ซีเอ็นจี แบบระบบ dual fuel ในตลาดรถกระบะของประเทศไทยเป็นครั้งแรกนั้น แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของเชฟโรเลต ในการเป็นผู้นำในด้านการเสนอนวัตกรรมแนวใหม่ เทคโนโลยีแบบใหม่ๆ ให้เป็นทางเลือกที่เปี่ยมด้วยคุณภาพให้แก่ลูกค้าชาวไทยมากยิ่งขึ้น เช่นที่ผ่านมาเราเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีของรถกระบะเมืองไทย ด้วยการแนะนำระบบล็อกเฟืองท้ายกลไกอัตโนมัติ G80 diff-lock ที่มีแต่ในเชฟโรเลต โคโลราโด เพียงผู้เดียวเท่านั้น"


 

ค้นหารถมือสองตามประเภท     รถเก๋ง   รถกระบะ   รถตู้   รถ SUV   รถถูกที่สุด
     รถถูกกว่าแสน  รถถูกกว่า2แสน  รถBenzถูกกว่า5แสน  รถBMWถูกกว่า5แสน